เดือนธันวาคมอีกแล้ว เป็นอีกเดือนที่ยุ่งยากมากมายสำหรับเรา เนื่องจาก อย่างที่รู้ ทุกอย่างมันมาสรุปกันที่เดือนนี้ แถมเรายังต้องมีภาระ ทำงานหนักเป็นสองเท่า เนื่องจากหน้าไฮของพัทยา งานล้นๆมือรอ แถมวันหยุดยาวอีกหลายวัน ต่อเนื่องไปจนปีหน้า
เว็บนี้ก็เช่นกัน ต้องขยับเอามาอยู่ที่นี่พร้อมกับสิ่งที่เรียกมาคืนไม่ได้ คือบทความเก่า ๆ ต้องขอแรงเพื่อนแอดมิน ช่วยกู้ข้อมูลมาให้ใหม่ เหนื่อยนะ
มาถึงเรื่องสุขภาพกันบ้าง อย่างที่ทราบครับ ไข้หวัดใหญ่ 2009 เข้าใจว่ากำลังคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ ไม่ต้องเรียก เดี๋ยวมันมาเอง ตอนนี้ได้แต่ต้องป้องกันตัวเอง กินร้อน ผูกจมูกปากเวลาตรวจคนไข้ ล้างมือบ่อยๆ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 เป็นวันที่ทวยราษฎร์ต้องเศร้าโศกเสียใจอย่างที่สุด
เพราะเป็นวันสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “สมเด็จย่า” อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
และในวันที่ 18 กรกฎาคม ของทุกปี ถือเป็น “วันศรีนครินทร์” ซึ่งพสกนิกรชาวไทย
ต่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
เพื่อรำลึกถึงพระองค์ มติชน ขอนำเสนอ เรื่องราวดีๆ บันทึกไว้ในหนังสือ “หยุดความเลวที่…ไล่ล่าคุณ”
ของ พ.อ.(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน ที่ได้บรรยายถึงความประทับใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงปฏิบัติต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ในหนังสือว่า…หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาฯของสมเด็จย่ามาแถลงในที่ประชุม
ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93
ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตรไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
ไปทำไมครับ?
ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่ ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง โอ้โห! ขนาดนี้เชียวหรือ
ในหลวงของเรา เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่ สัปดาห์ละกี่วัน…ทราบไหมครับ?
5 วัน
มีใครบ้างครับ? ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก…
ในหลวงมีโครงการเป็นร้อยเป็นพันโครงการ มีเวลาไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน
พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก พลตรี อธิบดี ปลัดกระทรวง ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่
บอกว่างานยุ่ง แม่บอกว่าให้พาไปกินข้าวหน่อย บอกว่าไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ
ทุกครั้งที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตัก
แล้วสมเด็จย่าก็จะดึงตัวในหลวงเข้ามากอด กอดเสร็จก็หอมแก้ม
ตอนสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวง อาจารย์คิดว่าแก้มในหลวงคงไม่หอมเท่าไร
เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไมสมเด็จย่าหอมแล้วชื่นใจ
เพราะท่านได้กลิ่นหอมจากหัวใจในหลวง หอมกลิ่นกตัญญู ไม่นึกเลยว่าลูกคนนี้จะกตัญญูขนาดนี้
จะรักแม่มากขนาดนี้ ตัวแม่เองคือสมเด็จย่า ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดาสามัญชน
เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์เหมือนเด็กหญิงทั่วไป เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้
ในหลวงหน่ะ…เกิดมา เป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว
แต่ในหลวงที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก้มลงกราบคนธรรมดา…ที่เป็นแม่ หัวใจลูกที่เคารพแม่
กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว
คนบางคน พอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่ เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ เป็นชาวนา เป็นลูกจ้าง
ไม่เคารพแม่ ดูถูกแม่ แต่นี่ในหลวงเทิดแม่ไว้เหนือหัว
นี่แหละครับความหอม นี่คือเหตุที่สมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงทุกครั้ง ท่านหอมความดี
หอมคุณธรรม หอมความกตัญญูของในหลวง หอมแก้มเสร็จแล้วก็ร่วมโต๊ะเสวย
…มีอยู่เรื่องหนึ่งที่จำได้แม่น สมเด็จย่าเล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่สวิส ในหลวงยังเล็กอยู่
เข้ามาบอกว่า อยากได้รถจักรยาน เพื่อนๆ เขามีจักรยานกัน แม่บอกว่า ลูกอยากได้จักรยาน
ลูกก็เก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้สิ เก็บมาหยอดกระปุกวันละเหรียญ สองเหรียญ
พอได้มากพอ ก็เอาไปซื้อจักรยาน
…พอถึงวันปีใหม่ สมเด็จย่าก็บอกว่า “ปีใหม่แล้ว เราไปซื้อจักรยานกัน เอ้าะกระปุก…ดูซิว่ามีเงินเท่าไร?”
เสร็จแล้วสมเด็จย่าก็แถมให้ ส่วนที่แถมนะ มากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก มีเมตตาให้เงินลูก ให้ไม่ได้ให้เปล่า
สอนลูกด้วย สอนให้ประหยัด สอนว่าอยากได้อะไร ต้องเริ่มจากตัวเรา คำสอนนั้นติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้
เขาบอกว่าในสวนจิตรเนี่ย…คนที่ประหยัดที่สุดคือในหลวง
…คราวหนึ่งในหลวงป่วย สมเด็จย่าก็ป่วย ไปอยู่ศิริราชด้วยกัน แต่อยู่คนละมุมตึก
ตอนเช้าในหลวงเปิดประตู แอ๊ด…ออกมา พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี
ในหลวงพอเห็นแม่ รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น
มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว ในหลวงมีรับสั่งว่าแม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้
นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นกษัตริย์ ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าว ป้อนน้ำให้แม่ ป้อนยาให้แม่
ให้ความอบอุ่นแก่แม่ เลี้ยงหัวใจแม่ ยอดเยี่ยมจริงๆ เห็นภาพนี้แล้วซาบซึ้ง…
…ในหลวงเฝ้าสมเด็จย่าอยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่ง “แม่หลับ…”
จึงเสด็จกลับ พอไปถึงวัง เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราช
เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่
พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่ “ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย”
ซบหน้านิ่งอยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนอง
ต่อไปนี้….จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว
เอามือกุมมือแม่ไว้ มือนิ่มๆ ที่ไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์
เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง ชีวิตลูก แม่ปั้น
มองเห็นหวี ปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวี ค่อยๆ หวีผมให้แม่ หวี…หวี…หวี…หวี ให้แม่สวยที่สุด
แต่งตัวให้แม่ ให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่…
เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์ที่สุด…เป็นสุดยอดของลูกกตัญญู…หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว
สองสามวันที่ผ่านมานี้ ได้ไปเปิดหูเปิดตา กับการประชุมระดับนานาชาติ ECAA หรือ Eurasian Congress in Aesthetic & Antiaging หรือการประชุมเอเชียยุโรป เกี่ยวกับแพทย์ความงามและแอนตี้เอจจิ้ง(ชะลอความแก่ ผมนึกคำไม่ออก) ที่เซ็นทรัลเวิร์ล ปทุมวัน
มาวันแรกได้เรื่องเลยครับ เพราะเงอะเงิ่น ขับไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยสวนวันเวย์ซะงั้น เจอคุณตำรวจขับมอเตอร์ไซค์มาเทียบ
“ขอดูใบขับขี่หน่อยครับ”
“เออ โทษครับ ผมเป็นหมอเข้ามาประชุม ไม่เคยเข้า กทม. ไม่ทราบว่าห้ามสวน ผมเห็นรถตู้เข้ามาได้ เลยตามมา”
“ขอดูบัตรราชการหน่อย” ตร.ถาม พลางมองดูรอบๆ ในใจคงคิด เอ หมออะไรว่ะ ทำไมขี่รถกระบะ
“นี่ครับ” “คุณตร. ขอความเห็นใจหน่อยครับ นานๆเข้ามาที กำลังรีบ”
“เอาๆไปๆ พลางกวักมือบอกไปได้” เฮ่อ โล่งอก
เลยเอารถไปจอด ห้างเซ็นทรัล เวิร์ล ใต้ดินตอนนั้นเช้ามาก ไม่มีรถเท่าไร
การประชุม เข้มข้น แต่รู้สึกว่า คนที่เข้าก็เป็นคนเดิมๆ ครับ เจอ อ.พันธ์ศักดิ์(เว็บ คลินิครัก) อ.จุลินทร์ อ.อรวรรณ และอ.ดังๆ ทั่วฟ้าเมืองไทย และเอเชีย ก็ prof.Joyce ,prof Goh ,prof. Tan (เจอทุกงานครับ) อ.นิวัติ
เดี๋ยวในเว็บข่าว จะเอาผลงานของแพทย์ที่ทำทางด้านนี้ มาลงให้ครับ
prof. Joyce สิงคโปร์
ในงานมีบริษัทมาออกงานเยอะมาก ทั้งเครื่องเลเซอร์ และอุปกรณ์ รวมถึงพวกเกี่ยวกับ วัยเวช antiaging เช่น เมโสเธอราพี ฮอร์โมน พวก DHEA กลูต้าไธโอน
ขากลับ ลงมาข้างล่าง ที่จอดรถ โห รถกระบะเก่าๆของเรา อยู่ท่ามกลางรถหรู เบนซ์ รถสปอร์ต บีเอ็ม เพียบ กลายเป็นดาวเด่นประจำที่จอดรถทันที ขำๆ ไปเดินชอปปิ้งห้าง paragon พนักงาน แทบไม่แยแส เนื่องจากแต่งตัว บ้านนอกเก่าๆ นี่แหละ ถามอะไรไม่ตอบ เลยเดินไปแถวแผงน้ำหอม พวกนี้สนใจฝรั่งหรือคนแต่งตัวดีๆหมด เลยบอกสะกิดน้องคนนึงว่า เอาอันนี้ ชี้ไป Ralph Lauren ขวดละ 3000 แล้วควักvisaพลาตินัมสามอัน กรุงเทพ กสิกร ไทยพาณิชย์ บอก เอาอันไหนดีจ่าย อืมคิดดูอีกที ผมจ่ายสดดีกว่า ควักเงินจากคลินิคที่ขยุ้มแบ๊งค์พันเป็นก้อนๆ ออกมาแงะๆออกมาสามใบ “ห่อของขวัญด้วยนะ จะเอาไปให้ลูก”
หลังจากนั้น ทุกแผงน้ำหอม เครื่องสำอาง ฯลฯ แถวนั้น ตามติด เอาอะไรอีกไหมพี่ ๆ ๆ ๆๆ
(ผมคิดว่าผมตัดสินใจถูกว่าจะไม่ไปอยู่ กทม.นะ
)
ปัจจุบัน รุ่นลูก พอจะให้เขียนจดหมาย มันบอกว่า พ่อเชยแหลก หนูเขียนไม่เป็นไม่รู้จักหรอก เขียนได้แต่ email twitter facebook hi5 เขาจีบกันเขาก็ผ่านทางนี้แป๊บเดียวรู้จักสนิทสนม ห้องแชตก็มี msn เห็นหน้าเลย เลยรำพัน”จดหมายน่าจะสูญพันธ์ตามโทรเลขไป”
เออ เอาเข้าไป หันมามองดู เอ ถ้าอีกสักสิบปี ในเวลาเท่าๆกัน ลูกเราจะมารำพึงรำพันเหมือนเรารำพันไหม “อะไรจะมาแทนที่hi5 facebook twitter”หนอ
RD family ย้ายบ้านใหม่ กำลังเก็บกวาด มากมายครับผม รอสักครู่