home |game

ปรับอะไรปรับได้ ปรับนิสัยนี่ยากจริงๆ(แม้แต่หมอก็เหอะ)

สิบปีก่อน เคยได้ไปต่อสู้กับพยาธิใบไม้ในตับ ปล่าว ไม่ได้เอาระเบิดไปปา หรือไฟเผา แต่ต้องต่อสู้กับความ “เคยชิน” ของชาวบ้าน กับการกิน “ของดิบ” ที่เป็นแหล่งพยาธิ

ใครที่ว่าแน่ อาจารย์หมอที่ว่าเก่ง เสร็จทุกราย ไม่มีทางแก้ง่ายๆ สิบปีมาแล้ว ก็ยังมีคนกินลาบ หรือก้อยดิบกันทั่วอีสาน แม้กระทั่ง นักศึกษามหาวิทยาลัย ก็ยังมีการกิน ไม่มีสูตรสำเร็จในการปรับพฤติกรรมการบริโภค ที่ติดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่ากันว่า พอหมอกลับ ก็คว้าของดิบมากินเหมือนเดิม

ผมว่า ปัจจัยหนึ่ง คือการสร้างความตระหนัก ให้กับกลุ่มคน ไอความตระหนักนี่ ถ้าสร้างได้จะสร้างนิสัยของทุกๆคนในสังคมได้ทีเดียว

เราขาดความตระหนักในเรื่องความปลอดภัย ทำให้หลายๆคนมักง่ายในเรื่องรัดเข็มขัดนิรภัยเด็ก และนำลูกมานั่งหน้ารถ (จะเถียงไหม ?) โธ่ คนอื่นเขาก็ทำกันทั้งนั้น … นี่ไง เรื่องง่ายๆที่สุดที่ต้องสร้าง

ผมเคยโดน น้องที่อยู่อเมริกา กลับมา เขาก็ชอบบ่นผมประจำว่า  เอาเด็กนั่งหน้า ถ้าเป็นเมกา โดนจับแน่ๆ ชาวบ้านจะมองแบบสายตาเหยียดหยาม ทั้งที่อุบัติเหตุ ก็ไม่เคยเกิดกับผมและคนใกล้ชิดเลย แต่เพราะความตระหนัก จนเป็นนิสัย ทำให้ประเทศที่สร้างความตระหนัก ในสวัสดิภาพเด็ก ทำในสิ่งที่คนไทยอื่นๆ คิดว่า ประสาท …

อันความตระหนักนี้ จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ที่ว่ายากคือ มันอยู่ในวงกว้างกว่า สังคมเล็กๆ มากมาย มันคือแบบพิมพ์ ของสังคมวงกว้างมากๆ เรียกว่า ถ้าจะทำ คือต้องเปลี่ยนสังคมไทยไปเลย แต่จะว่าง่าย ก็ง่าย เพราะเด็กๆ ที่เคยสอนมา พอแสดงให้เขาทำ เขาดู เขาก็เกิด ความนี้ขึ้นมา เสียอย่างเดียว พอกลับบ้าน มาอีกที ลืมไปแล้ว หรือไม่ก็โดนทางบ้านดุว่า ประสาทหรือเปล่า ทำไปทำไม จอดรถติดไฟแดงตอนดึก ๆ ทั้งที่ไม่มีรถผ่าน เสียเวลา ใครสอนมาเหรอ … อ้าว เป็นซะอย่างงั้น

ผมเลยคิดว่า ต่อให้สิบอาจารย์ ก็แก้ปัญหานิสัยคนไทยลำบาก ถ้าไร้ความตระหนัก

Digg this     Create a del.icio.us Bookmark     Add to Newsvine

No Responses to “ปรับอะไรปรับได้ ปรับนิสัยนี่ยากจริงๆ(แม้แต่หมอก็เหอะ)”

No comments yet

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.