เรากำลังจะมีการเผชิญความเปลี่ยนแปลงของงานอีกละ

ตอนนี้ สารภาพว่ากำลังลุ้นข่าวว่า การทำงานในหน้าที่แพทย์ที่นี่ กำลังจะเปลี่ยนสถานะไป กำลังรอข่าว แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ยังตรวจรักษาคนไข้น่ารักๆเสมอ แต่อาจมีงานอื่นๆมาทำให้วุ่นไปกว่านี้อีก

12.เมื่อลูกผมเรียน giftedโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง

12.ปัจฉิมบท

 

ไมล์ตัดสินใจไปสวนกุหลาบครับ …

โรงเรียนเก่า แม้จะดีในแง่วิชาการ เขาติด IJSO ก็เพราะที่นี่ …

เขามีเพื่อนตีกลอง ก็เพราะที่นี่

เขามีเพื่อนแชร์ค่ารถกลับบ้านก็ที่นี่ …

ไมล์ตัดสินใจ ตั้งแต่วันแรกที่ติดสวน ฯ ว่าเขาขอไป

เขาทนไม่ไหว กับห้องที่เขาอยู่ …

ในครอบครัว เราให้ไมล์เป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด …ชีวิตของเขา

น่าเสียดายเวลา ..ในใจพ่อคิด …แต่.. จะเสียดายกว่า ถ้าไมล์ต้องสูญเสียตัวตน และความสุขในวัยเรียนไป .. พ่อคิดว่าอย่างนั้น

เราไปเริ่มใหม่ที่นั่น อนาคตเราอาจอยู่ที่นั่นก็ได้

เราเปลี่ยนแปลงคนอื่นไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

………………………………………………………………………………………….

มาถึงบทสรุป ว่า ทำไม ฉันถึงต้องเอามาบอกเล่า …เอาเป็นว่า ฉันบอกเล่าบันทึกเรื่องราวนี้ ให้ลูก และคนรุ่นหลังดู

เผื่อจะได้คิดว่า สังคมของ gifted ณ.โรงเรียนแห่งหนึ่งเป็นเช่นไร ..

ทุกท่านที่อ่าน ตัดสินเอาเองได้ ฉันไม่เอ่ยชื่อใคร หรืออะไร

หวังว่าสิ่งที่เเกิดขึ้นกับลูกฉัน จะเป็นการย้ำเตือน ไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาอีก

โดยเฉพาะเด็กแอสเปอร์เกอร์… น่าสงสารมาก

เราเรียกอะไรที่มันผ่านไปแล้วไม่ได้ …

ที่สำคัญคือ สายใยที่มันขาดไปแล้ว โดยที่เราไม่สามารถช่วยอะไร …

ขอเพียงเข้าใจว่า ไมล์ เป็นอย่างไร เขาไม่ใช่คนป่วย  เขาไม่ได้ต้องการสิทธิพิเศษ เขาต้องการการดูแลแบบปกติธรรมดา แบบเด็กธรรมดา เขาเกิดขึ้นมาไม่ได้ต้องการเป็นแบบนั้น

He needs friend…..

เขาแค่ต้องการคนที่เข้าใจ … คนที่สอนเขาให้เขาเข้าสังคมได้ …ยืนในสังคมได้

เพื่อนที่สามารถบอกได้ว่า “เฮ่ นี่ไม่ถูกน่ะเพื่อน ต้องทำแบบนี้”

พ่อแม่เพื่อนที่บอกเพื่อนได้ว่า “ช่วยสอนไมล์ เพื่อนลูกด้วยนะ “

และบางครั้ง พ่อแม่ ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่ไม่สามารถอธิบาย ให้กับโรงเรียน หรือใครเข้าใจได้ …

โรคนี้ หลายๆคนไม่รู้ ครูหลายๆคนไม่ทราบ … ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่าง ให้คนรับรู้กันไปในวงกว้าง เผื่อจะช่วยเด็กๆที่มีปัญหาแบบเดียวกัน

ส่วนใครที่เข้าใจอะไรผิดๆ ก็จะได้รับทราบ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ จากปากของฉัน…และฉันก็ขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว…

ในฐานะพ่อ ของลูกคนหนึ่ง….

……………………………………………………………………..

ขอบคุณที่อ่านครับ รบกวนเสียเวลาอีกนิดอ่านว่า ฉันมาจากไหนอย่างไร….

เกี่ยวกับผู้เขียน นพ.กิจการ จันทร์ดา

อ่านตั้งแต่ตอนแรก ที่นี่ ตอนที่ 1

10.เมื่อลูกผมเรียน giftedโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง

10. สู้เพื่ออยู่รอด

 

ในใจฉันมีอยูสองทาง Fight or Flight สู้ หรือถอย … ฉันไม่เคยถูกสอนให้ถอย มาก่อน ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นทวด ทุกคนสู้ …

พ่อของฉันเคยยืนหยัดสู้กับความไม่ถูกต้องมาแล้ว …

มาถึงรุ่นลูก ฉันมีทางเลือกแบบเดียวกันนี้ แต่สมัยและสังคมมันเปลี่ยน … เราต้องสร้างภูมิลูกเราให้แข็งแรง สู้กับความเห็นแก่ตัว ความเลวทรามของสังคมที่มากขึ้นให้ได้

ภรรยาฉันพยายามหาทางติดต่อกับผู้ปกครองเพื่อนๆ ที่พอพูดคุย และอยู่กับกลุ่ม 5 แสบ ได้ เราพยายามหาทางช่วยกัน …

มีการโพสการบ้าน ให้ทุกวัน… จากผู้มีพระคุณต่อครอบครัวเราอย่างสูงยิ่ง … ถ้าไม่ได้เพื่อนของไมล์คนนี้ และคุณแม่ท่านนี้ เราก็คงหาทางลำบาก…

ฉันสั่งสอนลูกเสมอว่า เราต้องโต เราต้องอยู่คนเดียวให้รอด เราต้องสู้ …

ไม่ต้องไปโกรธหรือโทษอะไร ให้แผ่เมตตา อโหสิกรรม ถือว่าเราอาจทำกรรม มีเจ้ากรรมนายเวร ทำให้เราต้องมาเจอะมาเจอเรื่องแบบนี้ ..

เราเริ่มฝึกการทำสมาธิแผ่เมตตา ทุกคนส่งพลังไปให้ไมล์ …

ขอเพื่อนสนิท แม้สักคนหนึ่งก็ยังดี

ตอนนี้การเรียนเริ่มลงตัวขึ้น ไมล์ตามเก็บงานได้ส่วนใหญ่ แม้ต้องทำงานดึกดื่นอยู่ ด้วยว่า งานของโรงเรียนค่อนข้างเยอะ และที่บ้าน ไม่เคยช่วยทำทั้งหมด

เพียงแต่ให้แนวทาง และตรวจการบ้านทางอินเตอร์เนต ..

บางทีก็สงสาร ต้องทำถึงหกทุ่ม ตื่นตี 4 ..

แต่เราไม่เคยเอางานลูกมาทำเอง ..ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนแค่ไหน อย่างไร

เราสอนลูกเสมอว่า จัดเวลาเอง ทำงานให้เสร็จ ใส่กระเป๋าตอนกลางคืนรอ

ในเรื่องวิชาการ ฉันไม่ห่วง ห่วงแต่สังคม ซึ่งเด็กคนนี้ ดีเลย์มาก

โชคดี ที่วิชาการของโรงเรียนแห่งนี้ เข้ม …ซึ่งเป็นข้อดีมากๆของที่นี่

และลูกฉันก็เอาถ่านอยู่บ้าง ซึ่งเป็นข้อดีของเขา

มีการสอนพิเศษ ตั้งแต่เช้า …ลูกเราไปโรงเรียนแต่เช้า คงได้อะไรมาบ้าง …

..

แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึงอีกครั้ง


ดูตอน11